ป่าชายเลน

 

 

เมื่อนึกถึงป่าชายเลนหลายคนอาจนึกถึงแนวต้นโกงกางริมทะเล หรือริมคลอง เนื่องจากในปัจจุบันเราจะได้เห็นป่าปลูกที่เป็นต้นโกงกางเป็นส่วนใหญ่ หรือการรณรงค์ให้ปลูกต้นโกงการในป่าชายเลนเป็นหลัก

แต่ในความเป็นจริงแล้วป่าชายเลนมีพรรณไม้ที่หลากหลาย และมีการแบ่งเขตพรรณไม้ตามสภาพพื้นที่และระดับการขึ้นลงของน้ำทะเล ซึ่งสามารถดูได้จากภาพประกอบการแบ่งเขตพรรณไม้ ของป่าชายเลนมาเพื่อให้ได้ทราบถึงโครงสร้างป่าและชนิดพรรณไม้ในเขตต่างๆ กันพอสังเขป
• เขตน้ำลงต่ำสุด ประกอบด้วยพรรณไม้หลักๆ ได้แก่ กลุ่มต้นแสม เช่น แสมขาว แสมดำ แสมทะเล ซึ่งจะขึ้นได้ดีในบริเวณดอนที่มีสภาพเป็นเลนหนาและเลนปนทราย ต้นแสมถือเป็นพรรณไม้เบิกนำของป่าชายเลนหลายๆ พื้นที่ เมื่อสภาพดินมีความเหมาะสมจึงมีพรรณไม้ในชั้นถัดไปสามารถงอกขึ้นมาได้

• เขตน้ำทะเลปานกลาง มักพบไม้กลุ่มหลักๆ ได้แก่ ต้นโกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ต้นถั่วขาว ถั่วดำ (ที่เป็นไม้ยืนต้นชื่อว่าถั่ว ไม่ใช่ถั่วจริงๆ) กลุ่มนี้มักจะมีรากค้ำยัน และรากอากาศช่วยหายใจที่เราคุ้นตากันดี ในโซนนี้จะถูกน้ำท่วมเมื่อน้ำขึ้นถึงระดับนำทะเลปานกลาง แต่จะแห้งเมื่อน้ำลงต่ำสุด

• เขตน้ำทะเลขึ้นสูงเป็นกลุ่มพืชที่ปรับตัวเพื่ออยู่ในเขตน้ำทะเลท่วมเมื่อน้ำทะเลขึ้นสูง และทนน้ำทะเลท่วมได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ พืชในโซนนี้นยังคงมีรากอากาศที่ช่วยหายใจ ในขณะเดียวกัน พื้นดินที่มีความมั่นคงขึ้นกว่าโซนนอก และไม่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำมาก จึงไม่พบพืชที่มีระบบรากค้ำยันสำหรับการยึดตัวกับพื้น

• เขตน้ำทะเลขึ้นสูงสุด จะพบพืชกลุ่มที่สามารถขึ้นได้ดีบริเวณชายน้ำที่น้ำสามารถท่วมถึงได้ในช่วงที่น้ำขึ้นสูงสุดของเดือน พรรณไม้ในบริเวณนี้จะเริ่มมีการพัฒนาใกล้เคียงกับป่าบก และบางครั้งอาจพบต้นไม้จากป่าบกขึ้นปะปนอยู่ด้วย

การพัฒนาของป่าชายเลนทำให้เกิดการรุกคืบของแผ่นดินลงไปในทะเลเกิดแผ่นดินใหม่ชายฝั่ง และป่าชายเลนธรรมชาติที่สมบูรณ์ยังเป็นปราการป้องกันการกัดเซาะชายจากกระแสคลื่นลมอีกด้วย

 

ติดตามเรื่องของป่าชายเลนเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

• คุณค่าและประโยชน์ของป่าชายเลน

• ต้นไม้อยู่ในทะเลได้ยังไง?