ต้นไม้อยู่ในทะเลได้ยังไง?

  

เป็นคำถามที่หลายๆคนคงเคยคิด เมื่อได้เห็นป่าชายเลนในเวลาที่น้ำขึ้นจนท่วม..อันที่จริงต้นไม้ป่าชายเลนก็ไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในที่ๆน้ำท่วมถึงตลอดเวลา..


แต่การปรับตัวเพื่ออยู่ในบริเวณชายทะเล ที่มีโอกาสถูกน้ำท่วมถึงได้นั้น ช่วยให้ต้นไม้ในป่าชายเลนหลีกเลี่ยงการแข่งขันเพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากรกับต้นไม้อื่นๆ บนป่าบนบกที่ไม่สามารถตามลงมาแย่งพื้นที่ในทะเลได้..แต่การชิงความได้เปรียบเหล่านี้ย่อมมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเสมอ...ต้นไม้ในป่าชายเลนต้องปรับตัวเพื่อการอยู่รอด เติบโตและสืบพันธุ์อย่างไรบ้าง มาดูกัน

 

วันนี้เราจะเอาวิธีการปรับตัวโดยสังเขป ที่ทำให้ต้นไม้ป่าชายเลนประสบความสำเร็จในการครอบครองพื้นที่ชายฝั่งทะเลกัน เริ่มจาก..

 

  • ระบบราก ต้นไม้ป่าชายเลนที่ขึ้นได้ในพื้นที่ดินเลนน้ำท่วมถึงนั้น ต้องเผชิญปัจจัยที่สำคัญๆ 2 ปัจจัย คือ
    - ความไม่มั่นคงของดิน และการกัดเซาะของกระแสน้ำคลื่นลม
    - สภาวะขาดแคลนอากาศในดิน
    ดังนั้น รากของต้นไม้ในป่าชายเลนจึงถูกออกแบบมาเพื่อค้ำจุนพยุงลำต้น และช่วยหายใจในสภาพดินที่ขาดแคลนอากาศ ซึ่งภาพที่เราคุ้นกันมากที่สุดน่าจะเป็นรากของต้นโกงกาง ที่จะมีรากค้ำจุน (Prop root) และรากอากาศ (Aerial root) ระโยงระยางเต็มไปหมด.. แต่ในความเป็นจริง รากช่วยหายใจที่เรียกว่า Pneumatophore นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับสภาวะ และเขตพื้นที่ที่พืชขึ้นอยู่ดังรูปนำมาให้ชม
  • ใบของต้นไม้ในป่าชายเลนนั้นมักถูกออกแบบมาเพื่อลดการสูญเสียน้ำจืดที่หาได้ยากในทะเล โดย
    - มักมีใบอวบน้ำ เพื่อเก็บความชื้นไว้ในใบให้มากที่สุด
    - มีผิวใบที่มีความมันเคลือบไว้เพื่อลดการสูญเสียน้ำจากการระเหยหรือคายน้ำ
    - ส่วนใหญ่จะมีปากใบอยู่บริเวณด้านใต้ของใบ เพื่อให้คายน้ำได้น้อยที่สุด
    - จากการที่อยู่ในทะเลทำให้เมื่อดูดน้ำทะเลมาแล้วต้องมีการขับเกลือส่วนเกินออกเพื่อแยกเอาแต่น้ำจืดไปใช้ บริเวณปากใบของต้นไม้ป่าชายเลนมักมีต่อมขับเกลือออกจากต้น และอาจมีต่อมขับเกลือในส่วนอื่นๆ ของลำต้นด้วย
  • ผล เนื่องจากปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการแพร่กระจายของเมล็ดพืชในป่าชายเลนมักได้แก่กระแสน้ำ เมล็ดพืชในป่าชายเลนจึงถูกออกแบบมาให้
    - มีการงอกของต้นอ่อนตั้งแต่ยังอยู่บนต้นแม่ ที่เรียกว่าแบบ viviparous เช่น ฝัก (Propagules) ของต้นโกงกาง ซึ่งเมื่อตกลงจากต้นแม่ก็ปักดินพร้อมจะงอกได้ทันที ..แต่หากเมล็ดร่วงในช่วงน้ำขึ้นสูงก็อาจไม่ได้งอกในทันทีดังนั้น
    - เมล็ดของต้นไม้ป่าชายเลนจึงต้องมีความสามารถล่องลอยไปกับกระแสน้ำได้ไกลๆ เพื่อจะไปงอกได้ในพื้นที่ๆ เหมาะสม แต่ในพื้นที่เหล่านั้นอาจมีสัตว์น้ำผู้หิวโหยจำนวนมากที่อาจคอยกินอยู่ จึงต้องมีการสะสมสารแทนนินในฝักของต้นไม้ป่าชายเลนบางชนิด ซึ่งสารแทนนินนอกจากให้รสชาติที่ไม่น่ากินแล้วยังสามารถออกฤทธิ์ต้านแบคทีเรียบางชนิดได้ด้วย

อย่างไรก็ตามถึงแม้จะขึ้นอยู่ได้ในทะเล แต่หลายคนอาจคิดว่าต้นไม้ป่าชายเลนอาจไม่ชอบน้ำจืดหรือขึ้นในน้ำจืดไม่ได้..แต่ที่จริงแล้วการรดน้ำต้นโกงกางด้วยน้ำจืดก็ไม่ทำให้ต้นตาย แถมยังโตดีด้วย เพราะต้นไม้เหล่านี้เพียงแต่ปรับตัวเพื่อให้อยู่ในน้ำเค็มได้ แต่ก็ยังคงใช้น้ำจืดในการดำรงชีพอยู่ ...

 

แต่สิ่งที่จะทำให้ต้นไม้ป่าชายเลนตายได้จริงๆ คือ การที่ทำให้น้ำท่วมขังรากเป็นเวลานานๆ โดยไม่มีการระบายเหมือนการขึ้นลงของกระแสน้ำในธรรมชาติจนทำให้รากหายใจไม่สามารถทำงานได้...บ่อยครั้งที่เราต้องสูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนจำนวนมากเพราะความไม่รู้ เช่น จากการตัดถนนผ่านป่าโกงกางจนเป็นการกักน้ำไว้โดยไม่มีระบบการระบายน้ำ ทำให้เกิดการท่วมขังราก หรือการสร้างประตูกั้นน้ำเค็มที่มีระบบการเปิดปิดน้ำไม่สอดคล้องกับความต้องการของต้นไม้

 

ศึกษาและเรียนรู้ธรรมชาติให้มากขึ้นเพื่อให้เราลดการทำร้ายกันและกันให้มากที่สุด เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน