การประชุมจุดประกายขยายแนวคิด Start Up : PES เพื่อการท่องเที่ยวกระบี่ยั่งยืน

24  พฤษภาคม  2560 , 

        มูลนิธิเอ็นไลฟ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) และจังหวัดกระบี่ จัดประชุมทุกภาคส่วนในจังหวัดกระบี่  จุดประกายขยายแนวคิด “Start Up : PES เพื่อการท่องเที่ยวกระบี่ยั่งยืน”

 

 

                มูลนิธิเอ็นไลฟ ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. หน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และจังหวัดกระบี่ จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ ทั้งหน่วยงานราชการ  องค์กรเอกชน   ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน ในการประชุมจุดประกายขยายแนวคิด “Start Up : PES เพื่อการท่องเที่ยวกระบี่ยั่งยืน” ในวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2560 เวลา 8.30 – 17.30 น. ณ ห้องประชุมพนมเบญจา ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดกระบี่ 9/10  โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีและมอบนโยบาย  เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายแนวคิดและการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่พร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปี 2560 นี้ สำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ  ได้กำหนดหัวข้อวันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ คือ “Biodiversity and Sustainable Tourism” ที่ให้คำนึงถึงการท่องเที่ยวที่อยู่ในขีดความสามารถการรองรับของธรรมชาติ การดำรงอยู่ของชุมชน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

      โครงการตอบแทนคุณระบบนิเวศ หรือ Payment for Ecosystem services (PES) เป็นแนวคิดในการใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ในการประเมินมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของระบบนิเวศ และส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการหรือได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศ ตอบแทนคุณระบบนิเวศในรูปแบบต่างๆ ให้กับผู้ทำหน้าที่ดูแลรักษา อนุรักษ์ และฟื้นฟูระบบนิเวศนั้นๆ เพื่อให้คงไว้ซึ่งบริการหรือประโยชน์อย่างยั่งยืนที่ได้รับจากระบบนิเวศ และในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้ที่ดูแลรักษา อนุรักษ์ และฟื้นฟูระบบนิเวศมีขวัญและกำลังใจในการดำเนินงาน มีศักยภาพการดำเนินงานที่สูงขึ้น และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ 
   แนวคิดของ PES เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืนได้วิธีหนึ่ง โดยการทำกิจกรรมอนุรักษ์ให้เป็นอาชีพเสริม ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต่าง ๆ ผู้ประกอบการก็จะมีความมั่นคงในบริการระบบนิเวศที่ใช้บริการอยู่ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ รวมถึงภาครัฐจะได้กำลังเสริมในด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูจากภาคเอกชนและประชาชนอย่างเป็นระบบ จึงควรจะมีการนำแนวทางของ PES มาประยุกต์ใช้ให้เป็นรูปธรรมในวงกว้างต่อไป โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบการต่างๆ ควรต้องคิดต้นทุนด้านบริการระนิเวศและจ่ายตอบแทนในรูปแบบการอนุรักษ์ เพื่อความยั่งยืนของบริการระบบนิเวศเพื่อการท่องเที่ยวของประเทศในอนาคต
 

Main Menu

หน้าแรก   เรื่องเล่าจากเม็ดทราย
เกี่ยวกับมูลนิธิ   ข่าวสารกิจกรรม
งานของมูลนิธิ   ติดต่อเรา
รายงานประจำปี   อาสาสมัคร (เร็วๆนี้)